วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
2009 World Series Of Poker Final Table Heads-Up Joe Cada v. Darvin Moon
เอาคลิปการแข่งขัน WSOP ปี 2009 มาให้ดูกันครับ
วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
John W. Henry
วันนี้ขอแนะนำเทรดเดอร์ที่กำลังโด่งดังในฐานะเจ้าของกิจการกีฬาดังๆระดับโลก โดยเฉพาะล่าสุดกลุ่ม NESV ของเขาสามารถเทคโอเวอร์กิจการฟุตบอลชื่อดังอย่าง"ลิเวอร์พูล"ได้
ทีนี้เรามารู้จักเขาในฐานะเทรดเดอร์กันดีกว่า
เฮนรี่เริ่มต้นการเทรดข้าวโพดและถั่วเหลืองในตลาดล่วงหน้า เพื่อที่จะเรียนรู้การป้องกันความเสี่ยงจากการถือสินค้าในกระบวนการผลิตของสินค้าโภคภัณฑ์ จากนั้นมีโบรกเกอร์ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มาขอให้เขาให้คำปรึกษากับเกษตรกรรายอื่นๆ ซึ่งเขาปฏิเสธไป และต่อมาเขาได้พัฒนาระบบ Trend Following สำหรับการเทรดในบัญชีตลาดล่วงหน้าของเขาขึ้นและมีการทดลองระบบ trend-reversal ด้วย เมื่อการทดลองระบบต่างๆของเขาประสบความสำเร็จเขาก็ได้ตั้งบริษัท JWH ขึ้นมา
เรามาดูปรัชญาในการเทรดของเฮนรี่กันดีกว่า
ผมไม่เชือว่าผมเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่สามารถคาดการณ์ราคาในอนาคต ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อะไรก็ตามได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุน ถึงอย่างไรก็ตามนักลงทุนหวังหรือเชื่อว่าพวกเขาสามารถที่จะคาดการณ์อนาคตได้ หรืออย่างน้อยต้องมีใครสักคนที่ทำได้. พวกเขาจะจับจ้องว่าคุณจะคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคตว่าอย่างไร เราอาศัยความจริงที่ว่านักลงทุนเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถทำนายอนาคตได้ และผมเชื่อว่านั่นคือที่มาของกำไรของพวกเรา ผมว่านี่มันเป็นเรื่องที่เรียบง่าย
John W. Henry
ตั้งแต่ที่ผมออกแบบลงไปในระบบ Trend Following วิธีการ กลไก และระบบคณิตศาสตร์ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย ระบบยังคงประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมันเป็นเวลากว่า18ปีแล้ว
John W. Henry
ด้านล่างนี้มีน้องคนนึงช่วยแปลให้นะครับ ต้องขอขอบคุณน้องโต้งด้วย
ถ้าเราจะหาคำนิยามมาอธิบายปรัชญาการลงทุนของ เฮนรี่ เราคงสรุปได้ว่า “ไม่มีใครบอกอนาคตได้” เฮนรี่นั้นเป็น Trend follower ที่เล่นระยะยาว ปรัชญาในการลงทุนของคือเขาให้ความสนใจพฤติกรรมราคาในตลาด มากกว่าจะมองหามูลค่าพื้นฐานของตลาด กุญแจดอกสำคัญคือข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจลงทุน เขาบอกว่า ตลาดนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังของผู้คนที่อยู่ในตลาด และความคาดหวังนี้ แสดงออกมาเป็นลักษณะการเคลื่อนไหวหรือทิศทางของราคา ทุกวันนี้เราอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราไม่สามารถบอกอนาคตได้ และในโลกของความไม่แน่นอนนี้ การวิเคราะห์ราคาและทำตามพฤติกรรม( trend following)หรือ ตามทิศทางราคานั้น ๆ ดูจะเป็นเหตุเป็นผลที่สุดในการลงทุนระยะยาว เฮนรี่รู้สึกว่า การใช้กลไลตลาดประเมินตัวมันเองมีคุณค่ามากกว่าการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือ การทดสอบที่ใช้อะไรวัดอย่างตายตัวมาประเมินกับการเทรดที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เฮนรี่บอกว่า เมื่อเขาทำการศึกษาตลาดครั้งแรกตอนปี 1970 เขาพยายามหาระบบที่เหมาะกับทุก ๆ สภาพตลาด ซึ่งการศึกษาของเขาพบว่าการลงทุนระยะยาวนั้นเหมาะสำหรับตลาดทุนมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว เราจะมีความรู้สึกหนึ่งที่ครอบงำเราให้ตัดสินใจตรงข้ามกับตลาดเสมอ คือสิ่งที่คนอื่นเรียกว่า “หลีกเลี่ยงความผันผวน” ด้วยการเหมาว่า ความผันผวนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี อย่างไรก็ตามเขาพบว่าการหลีกเลี่ยงความผันผวน นั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถจะอยู่ในตลาดในช่วงที่เกิดเทรนด์ระยะยาวได้ ความรู้สึกที่จะป้องกันเงินทุนของเราไว้เป็นต้นทุนที่มหาศาลที่เกิดขึ้นในใจนักเทรดมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ระบบการลงทุนระยะยาวจะไม่หลีกเลี่ยงความผันผวน เราจะต้องอดทนและผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ ซึ่งจะทำให้เราลดการปิดออร์เดอร์ตอนราคาอยู่กลางเทรนด์เมื่อเกิดเทรนด์ยาว ๆ ได้
วันจันทร์ที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
How to use SMAs
พอดีผมเห็นบางคนใช้ sma ในการเทรด โดยอาศัยการตัดกันของเส้นในการหาจังหวะเข้า
เลยนำตัวอย่างในมุมมองของผม กับความรู้ที่ผมไปซุ่มเก็บตัวเรียนรู้มาระยะนึง มาให้ดูกัน


สำหรับผม วิธีที่เราน่าจะใช้กับ SMAs น่าจะเป็นการให้เส้นตัดกันแล้วรอให้เส้นเรียงกันเป็นเส้นขนานมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
จากนั้นรอจังหวะให้ราคาพักตัว และดูการเบรกกลับไปยังเทรนด์หลัก จากนั้นจึงค่อยเข้าเทรด
(ภาพตัวอย่างเป็นกราฟราคา XAU/USD(ทองคำต่อยูเอสดอลล่า) แต่คนละ time frame ครับ)
เลยนำตัวอย่างในมุมมองของผม กับความรู้ที่ผมไปซุ่มเก็บตัวเรียนรู้มาระยะนึง มาให้ดูกัน
สำหรับผม วิธีที่เราน่าจะใช้กับ SMAs น่าจะเป็นการให้เส้นตัดกันแล้วรอให้เส้นเรียงกันเป็นเส้นขนานมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
จากนั้นรอจังหวะให้ราคาพักตัว และดูการเบรกกลับไปยังเทรนด์หลัก จากนั้นจึงค่อยเข้าเทรด
(ภาพตัวอย่างเป็นกราฟราคา XAU/USD(ทองคำต่อยูเอสดอลล่า) แต่คนละ time frame ครับ)
วันพุธที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
วันพุธที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓
วันจันทร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
วันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสังคม
เงื่อนไขหลักที่จะทำให้สังคม ให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะในระบอบประชาธิปไตยพัฒนาได้คือคุณภาพของคน เมื่อเอ่ยแบบนี้ส่วนมากจะมองไปถึงการศึกษา ซึ่งถูกต้อง แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีเรื่องของรายได้มาเกี่ยวข้องด้วยครับ
- การศึกษาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงใบปริญญา แต่หมายถึงคุณภาพทางการศึกษา คือเมื่อได้รับการศึกษาแล้วจะรู้จักคิด วิเคราะห์ ไตร่ตรอง มีเหตุมีผล รู้ผิดชอบชั่วดี หรือสรุปง่ายๆว่าการศึกษาต้องให้ปัญญา ไม่ใช่ให้แต่ปริญญา
- รายได้ เมื่อเทียบกับการศึกษาแล้ว การศึกษาจะเป็นระยะยาว รายได้เป็นระยะสั้น แต่ถ้าสั้นๆไปไม่รอด ระยะยาวก็ไปไม่ได้เช่นกัน คนเราย่อมต้องคำนึงถึงปากท้องของตัวเองก่อน การจะไปนึกถึงสังคม ไปช่วยสังคมทั้งๆที่ยังเอาตัวเองไม่รอดนั้นคงไปได้ยากมาก ถึงคิดแต่ก็จะมีข้อจำกัดต่างๆมาขวางกั้น จากการสำรวจประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถ้าประเทศไหนรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำ จะมีโอกาสล้มเหลวสูงมาก เพราะยังเอาตัวเองไม่รอดกัน เงินซื้อเสียงแม้ไม่มากก็เป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่ไม่มี
วันเสาร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
"ถ้าฉลาด แล้วโกง...อันนี้ก็โง่แล้ว" คุยแกมดี! กับ พี่ต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย
คุยแกมดี! กับ พี่ต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย
ผู้กำกับโฆษณาที่กวาดรางวัลมา ทั่วโลก จนถูกจัดอันดับเป็นอันดับ 1 จากหลายสถาบัน งานของเขาไม่ใช่ความสร้างสรรค์ ที่เน้นแต่ "ความแปลก" แต่คืองานที่มีเนื้อหา และพูดตรงจุด ตรงใจคนฟัง
และ นี้คือความคิดสร้างสรรค์ในมุม ของผู้กำกับคนนี้ครับ
ที่มา iCARE-CLUB
ผู้กำกับโฆษณาที่กวาดรางวัล
และ นี้คือความคิดสร้างสรรค์
ที่มา iCARE-CLUB
วันจันทร์ที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
การตัดสินใจ
หลายๆคนต้องการที่จะเข้ามาหาเงินจากตลาดทุน มีหุ้นบางตัวที่น่าดึงดูดหรือเป็นประเด็นตามหน้าเว็บบอร์ดหุ้น
การที่เข้าไปถามคนตามเว็บบอร์ดว่าซื้อดีรึเปล่า หรือไปเชื่อการเชียร์หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง นั่นแปลว่าเรายกอำนาจในการตัดสินใจของเราให้กับบุคคลที่เราไม่เคยเห็นหน้า เราเชื่อคนอื่นมากกว่าตัวเองขนาดนั้นเชียวหรือ บางคนอาจจะบอกว่าถ้าเค้าคนนั้นบอกผิด ก็จะไม่โทษเพราะไปเชื่อเค้าเอง แต่ผมเห็นไม่เพียงแต่ไม่ควรไปโทษคนที่บอกผิด ควรจะโทษตัวเองที่ไร้ความรับชอบต่อการตัดสินใจของเราเอง
คนที่ไม่สามารถแม้แต่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองประสบความสำเร็จได้ยากครับ
การที่เข้าไปถามคนตามเว็บบอร์ดว่าซื้อดีรึเปล่า หรือไปเชื่อการเชียร์หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง นั่นแปลว่าเรายกอำนาจในการตัดสินใจของเราให้กับบุคคลที่เราไม่เคยเห็นหน้า เราเชื่อคนอื่นมากกว่าตัวเองขนาดนั้นเชียวหรือ บางคนอาจจะบอกว่าถ้าเค้าคนนั้นบอกผิด ก็จะไม่โทษเพราะไปเชื่อเค้าเอง แต่ผมเห็นไม่เพียงแต่ไม่ควรไปโทษคนที่บอกผิด ควรจะโทษตัวเองที่ไร้ความรับชอบต่อการตัดสินใจของเราเอง
คนที่ไม่สามารถแม้แต่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองประสบความสำเร็จได้ยากครับ
วันเสาร์ที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
2012
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2553 ผมได้ไปฟังดร.ก้องภพมาเล่าเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจ ที่พวกเราสงสัยแต่ยังไม่ยอมรับให้ฟังกันในงานนี้ http://www.lonelytrees.net/?p=1739
โลกร้อนไม่ได้มาจากฝีมือของมนุษย์เพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ใหญ่กว่าและป้องกันไม่ได้คือระบบสุริยะที่เคลื่อนตัวเข้าบริเวณแนวระนาบของทางช้างเผือกต่างหากที่เป็นปัจจัยหลัก
ผมไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับจักรวาลมากนัก ขอนำลิ้งค์มาแปะให้อ่านกันดีกว่า
เรื่องนี้จะเกิดหรือไม่ ถ้าเกิดจะร้ายแรงขนาดไหนนั้น ผมว่าเราเตรียมพร้อมไว้ก่อนดีกว่า การเตรียมพร้อมก็ไม่ได้ลงทุนอะไรมากมายและได้ประโยชน์ทั้งนั้นต่อให้ไม่เกิดเหตุร้าย
สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเตรียมไว้คือ
- ร่างกาย เราควรจะออกกำลังกายกันบ้าง อย่างน้อยหาเวลาวันละนิดหรือในวันหยุดก็ออกไปวิ่งตามสวนสาธารณะก็ไม่เลว
- น้ำ อาหารแห้ง พวกมาม่าอาหารกระป๋องเตรียมๆไว้บ้างก็ดี แต่ยังไม่ต้องรีบมากนัก เพราะเดี๋ยวมันจะหมดอายุซะก่อน และน้ำเป็นสิ่งจำเป็นมากขาดไม่ได้
- เมล็ดพืช เมล็ดพืชพวกผัก พวกผลไม้ และสมุนไพร จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว เมื่อได้มาแล้วแบ่งมาปลูกรอบๆบ้าน หรือใครมีที่ดินเยอะๆยิ่งดีใหญ่ พวกนี้จะเป็นอาหารและยาให้เราในอนาคต แม้จะไม่เกิดเหตุการณ์อะไร การลงทุนนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะช่วยประหยัดค่าอาหารและยา ซึ่งเป็น 2 ใน 4 ของปัจจัย4
- จิตใจ สมาธิ ผมว่าเราควรจะต้องฝึกสมาธิเพื่อจะมีสติในการรับมือกับปัญหาต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์มากต่อการใช้ชีวิตของคนเรา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
- ทำในสิ่งที่อยากทำ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ในคิดว่าเวลาของเราเหลือน้อย มีความฝันอะไรก็รีบมุ่งหน้าเดินตามความฝัน ในข้อนี้ผมก็มองเห็นแต่ด้านดี เพราะทำให้เราเลิกนิสัยเสียที่บอกว่าเดี๋ยวค่อยทำ หรืออ้างว่ายังไม่พร้อม และถ้าไม่เกิดร้ายในปี 2012 เราก็ได้ไปยืนอยู่บนเส้นทางที่ฝันแล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)