วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
วันอังคารที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
10,000 BC Economics
วันนี้ว่างๆผมเลยนำ DVD เรื่อง 10,000 BC มานั่งดูเล่นๆ
จริงๆแล้วตอนผมดูครั้งแรกก็เห็นประเด็นหลายๆประเด็นทางเศรษฐศาสตร์
เริ่มเรื่องที่เผ่าที่มีชื่อว่า"ยากาห์ล" ซึ่งเป็นเผ่านักล่า ซึ่งในเรื่องเราเห็นการล่า"แมนแนค"หรือแมมม็อธ
ซึ่งจากเนื้อเรื่อง เผ่านี้ขาดแคลนอาหาร อาจจะเป็นเพราะเจ้าแมนแนคไม่ได้หากินบริเวณนั้นบ่อยๆ
ถ้ามาโยงให้เข้ากับสังคมมนุษย์ ชีวิตแรกเริ่มของมนุษย์คือต่างคนต่างอยู่ต่างหากินของตัวเอง
มีสังคมเล็กๆคือครอบครัว และเพื่อนบ้าน
ทุกคนมีอาชีพเป็นนักล่า ล่าสัตว์หรือเก็บของป่าเป็นอาหารไปวันๆ
ต่อมาเมื่อสัตว์เริ่มย้ายถิ่นฐานเพื่อหนีมนุษย์ การเดินทางไปหาอาหารย่อมเสียเวลามากขึ้น
ดังนั้นจึงต้องมีการแบ่งหน้าที่กันทำ แรกเริ่มอาจจะแบ่งกันภายในครอบครัว
ต่อมาเพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์เดียวกัน เช่นเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ด้านการหาอาหาร
มนุษย์จึงต้องรวมตัวกันเป็นสังคมเล็กๆ แล้วแบ่งหน้าที่กันทำ
เรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนเนื้อเรื่องในหนัง นั่นหมายความว่ามนุษย์รู้จักการแบ่งหน้าที่กันมากว่า 10,000 ปี
ใน 10,000 BC เราได้เห็นเผ่ายากาห์ลร่วมมือกันล่า แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางสังคมอย่างชัดเจน
แต่เผ่ายากาห์ลเป็นเพียงวิถีชีวิตที่ล้าหลัง เพราะเราได้เห็นการกสิกรรมของเผ่า"นาคู"
เผ่านาคูมีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งหมายถึงการที่ไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน ไม่ต้องออกไปล่าสัตว์ไกลๆ หรือรอให้สัตว์มาหากินใกล้ๆถิ่นฐาน พวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามฤดูกาล นำสัตว์ที่เลี้ยงมาเป็นอาหารได้ตลอด และประเด็นสำคัญอีกอย่างคือด้านการสื่อสาร เผ่านาคูมีการส่งสารกันกับเผ่าอื่นๆเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ดีไม่ดีอาจจะมีการทำการค้ากันก็ได้ อย่างการแลกเปลี่ยนสิ่งของกันหรือที่เรียกว่า barter system อาจจะเกิดขึ้นในสมัยนั้นก็เป็นไปได้
แต่มีอารยธรรมที่เหนือกว่านั้นอีก นั่นคือที่"เทือกเขาแห่งเทพเจ้า" จะเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นรัฐเผด็จการ มีการใช้ทาส มีระบบการทำงาน แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน จึงมีรัฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ดาราศาสตร์ กลศาสตร์ ฯลฯ นับเป็นอารยธรรมที่แทบจะสมบูรณ์แบบก็ว่าได้
ผมเน้นถึงการอยู่ร่วมกัน การเป็นสังคม และการแบ่งหน้าที่บ่อยครั้งในบทความนี้ เนื่องมาจากเศรษฐศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของสังคมศาสตร์ การแบ่งหน้าที่กันทำเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจ และเผ่าพันธุ์มนุษย์รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะเรามีร่างกายที่ได้เปรียบหรือมีสมองที่ใหญ่กว่าสัตว์อื่น เพราะมนุษย์เผ่าพันธุ์นีแอนเดอร์ทัลที่ร่างกายและสมองใหญ่กว่าบรรพบุรุษของเรากลับสูญพันธุ์เมื่อ 40,000 ปีที่แล้ว จากหลักฐานต่างๆพบว่านีแอนเดอร์ทัลเหนือกว่าเราทุกอย่าง แต่กลับไม่มีระบบเศรษฐกิจหรือการแลกเปลี่ยนสิ่งของกันเลย ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง หรือเด็กต่างไปล่าสัตว์เหมือนกัน
ถ้าคุณต้องออกล่าสัตว์เองทุกวัน สร้างที่อยู่อาศัยเอง สร้างอาวุธเอง ยามอากาศเลวร้ายต้องเอาขนสัตว์มาทำเป็นผ้าคลุมตัวเอง แรกๆเมื่อมนุษย์ยังไม่เยอะ สัตว์ยังไม่ย้ายถิ่นฐานก็พอจะหากินได้สบายๆ แต่เมื่อปัจจัยเปลี่ยน มีการล่าสัตว์มากขึ้น สัตว์ก็เหลือน้อย ก็ต้องเดินทางไกลขึ้นใช้เวลามากขึ้น ย่อมทำให้เวลาในการทำอย่างอื่นลดน้อยลงไป ชีวิตความเป็นอยู่ก็จะแย่ลงไปด้วย
การดูหนังนอกจากจะได้ความบันเทิงแล้วก็ยังได้อาหารสมองด้วย
ป้ายกำกับ:
10000 BC,
barter system,
economics,
Social
วันพฤหัสบดีที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
SaneBull Market Monitor
แนะนำเครื่องมือสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามดัชนีตลาดต่างประเทศ และสินค้าโภคภัณฑ์
โดยเราสามารถเซ็ทหน้าจอของเราเองได้ครับว่าต้องการดูอะไรบ้าง เช่นข่าวต่างๆไม่ว่าจะเป็นข่าวเด่นๆทั่วไป ข่าวเกี่ยวกับตลาดทุน ข่าวเศรษฐกิจ และข้อความที่โพสต์ผ่าน Twitter
ในส่วนของดัชนีก็มีให้เลือกทั้งโลก หรือตลาดโภคภัณฑ์ก็มีพลังงาน อาหารสัตว์ พืช แร่เหล็กต่างๆ ฯลฯ รวมไปถึงอัตราแลกเปลี่ยนสำคัญๆ และบอนด์ของอเมริกา
สำหรับคนที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ สามารถดูเป็นรายตัวและสามารถเซ็ทพอร์ทไว้ดูความเคลื่อนไหวได้ครับ
สมัครฟรีได้ที่ SaneBull ครับ
วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒
Michael Jackson Never Die
ช่วงนี้บรรดาเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างๆ ร้านขาย CD รวมไปถึง Online Store อย่าง amazon และ ebay ล้วนคึกคักไปด้วยบรรดา FC ทั้งแท้และเทียมของราชาเพลงป็อปที่ชื่อ Michael Jackson
ข่าวการเสียชีวิตของ Michael Jackson แม้จะเป็นข่าวร้าย แต่ก็มีโอกาสทางการค้าแฝงอยู่ในข่าวร้ายนี้ด้วย
ยกตัวอย่างโดยนำ link นี้มาให้ดู aMuzic Store
web link นี้เป็น aStore ของ amazon.com อีกทีนึงครับ โดย amazon จะจ่ายค่าคอมให้เจ้าของ aStore
และสินค้าอันดับ 1 ในหมวด music ของ amazon
เท่าที่ผมเห็น อันดับ2 และ อันดับ5 ในหมวดนี้ก็เป็นของ Michael Jackson
ผมคิดว่าอีกหลายร้านค้าออนไลน์คงทำในลักษณะเดียวกันคือนำ page สินค้าที่เกี่ยวกับ Jackson ขึ้นหน้าแรกเพราะในเวลานี้ชื่อของ Jackson ขายได้ทั้งเพลงและของที่ระลึกต่างๆ
คนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดคือบรรดาเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งถ้าเป็นนักร้องนักแสดงมักจะเป็นต้นสังกัด จนกระทั่งลิขสิทธิ์ตามสัญญาสิ้นสุดลงจึงจะตกเป็นของทายาท(โดยมากกว่าจะตกถึงทายาทก็กินเวลาหลายสิบปี) แต่ระหว่างที่ต้นสังกัดยังถือสัญญาส่วนแบ่งจากยอดขายจะยังคงส่งมาให้ทายาทเรื่อยๆเหมือนตอนที่ตัวศิลปินยังอยู่
ผมเห็นว่างานเชิงศิลป์ต่างๆ ที่มีลิขสิทธิ์มักจะเป็นอมตะ แม้บางอย่างเช่นงานเขียนอาจจะไม่ได้ผลตอบแทนที่สวยหรูในระยะสั้น แต่ถ้างานชิ้นนั้นมีคุณภาพมันจะส่งผลในระยะยาว
ถ้ามีคนที่ทำงานในลักษณะนี้มาอ่าน ผมขอให้กำลังใจในการทำงานครับ
สักวันนึงคุณจะเป็นอมตะได้เช่นเดียวกับศิลปินดังๆ
วันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒
Limit Risk per Trade
สำหรับการเทรดหุ้นและ/หรืออนุพันธ์ต่างๆมีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้เสมอๆ
ทำให้เราประสบกับปัญหาต่างๆ
ในหลายๆครั้งเราไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ เกิดอาการกลัวไม่กล้าขายขาดทุน
เมื่อเห็นเสียหายหนักๆแล้วยอมตัดใจขายก็สายไปซะแล้ว
ดังนั้นก่อนที่เราจะซื้อหรือเปิดสถานะ เราควรจะมีกลยุทธ์สำหรับป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันด้วย
ผมเลยมาแนะนำหนึ่งในเครื่องมือที่ส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว นั่นคือการกำหนดจุดที่จะตัดขาดทุนหรือเรียกว่า Cut Loss
แต่ผมจะเพิ่มเติมโอกาสในสถานการณ์ที่ราคาหุ้นขึ้นด้วย
เราจะใช้ Limit Risk โดยการกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์เอาครับ เช่น 2% 3% 5%
แต่เราจะไม่กำหนดโดยการใช้ราคาที่เข้าซื้อเป็นฐานตลอด
เราจะใช้การลอยตัวตามราคาหุ้นที่ขึ้นไป
โดยเราจะใช้ราคา high เป็นฐานครับ
ยกตัวอย่างเช่น ผมซื้อ Major เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่ราคา 6.65 บาท ผมจะใช้ 6.65 เป็นฐานก่อน
ราคาหุ้น Major ขึ้นไปได้สูงสุดที่ 7.00 บาท ผมเลื่อนมาใช้ 7.00 เป็นฐานแทน
แม้ราคาจะลงไป 6.95 บาท ผมก็ยังใช้ 7.00 เป็นฐาน เพราะมันสูงกว่า
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นมาดูตารางกันดีกว่า
enter คือจุดเข้า
high คือราคาสูงสุด
% คือการตั้ง Limit Risk ของเรา
limit คือจุดขายเมื่อราคาลงมาแตะจุดนั้น
sold คือการปรับตัวเลขให้ตรงตาม spread ที่ตลาดระบุไว้เพื่อให้ขายได้จริง
จะเห็นได้ว่าเมื่อราคาหุ้นปรับขึ้นไปแล้วเราเลื่อนจุดตามขึ้นไปด้วย ฐานที่เราจะ cut lossจากขาดทุนจะขาดทุนน้อยลง
เมื่อราคาขึ้นไปอีกจากขาดทุนจะเท่าทุน(ผมไม่ได้รวมค่า com) จนกระทั่งจุด cut loss จะไม่ใช่ cut loss อีกต่อไป เพราะมีกำไรแล้ว
กลยุทธ์นี้นอกจากจะช่วยไม่ให้เราเสียหายมากแล้ว ในกรณีที่เราเข้าถูกจังหวะ มันจะช่วยไม่ให้เราลังเลที่ถือต่อไป(Let Profit Run)
หลายคนที่ซื้อแล้วได้กำไรแต่พอราคาลงมาก็ถือจนกลายเป็นขาดทุน เพราะให้บางทีโลภเกินไป หวังว่ามันจะกลับตัว แต่ความจริงอาจจะหมดรอบไปแล้ว
กลยุทธ์นี้ก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน
แม้จะไม่ได้ขายในราคาที่สูงที่สุด(อย่าหวังจะได้ซื้อต่ำสุดและขายสูงสุด)
แต่นับเป็นทางเลือกที่ดีในการนำไปใช้ในระยะยาว
ป้ายกำกับ:
Cut Loss,
Exit Strategy,
Let Profit Run,
Limit,
Risk,
Trade
ได้เวลาปัดฝุ่น
จู่ๆก็เริ่มมีไฟอยากจะกลับมาเขียนบล็อกอีกครั้ง
คราวนี้ผมจะพยายามเขียนให้ได้ต่อเนื่องมากขึ้น
เนื้อหาแน่นขึ้น
หวังว่าจะมีคนติดตามผลงานนะ
วันอังคารที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
วันอังคารที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑
ไม่ได้อัพบล็อกนานมากๆ สงสัยคงเพราะมีบอร์ดส่วนตัวก็เลยมีที่แสดงความคิดเยอะ
พอสมัคร twitter มานานมาก แล้ววันนี้โหลดโปรแกรมที่ twitterpod มา
เห็นว่าสะดวกดีเลยชวนให้มาใช้ twitter กันครับ
twitter เป็นเวบที่เราสามารถพูดคุย ฝากข้อความ หรือติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆหรือคนที่เราสนใจติดตามได้ตลอดเวลา
การใช้งานก็แค่แอดหรือรับแอดเหมือนพวก hi5 นั่นแหละ แต่ผมไม่ชอบ hi5 เท่าไหร่ไม่รู้ทำไม
เวลาเราอยากพิมพ์อะไรก็พิมพ์ข้อความลงไป เพื่อนๆของเราก็จะได้อ่านข้อความ
เช่นกัน ถ้าคนใน list ของเราพิมพ์ข้อความอะไร เราก็จะได้อ่านข้อความนั้นๆเหมือนกัน
รวมถึงการแอดสำนักข่าวต่างๆเพื่อรับข่าวสารไว้อ่านก็สะดวกมากๆครับ
แอดผมที่ http://www.twitter.com/plamuek76
สมัครที่ http://www.twitter.com/
พอสมัคร twitter มานานมาก แล้ววันนี้โหลดโปรแกรมที่ twitterpod มา
เห็นว่าสะดวกดีเลยชวนให้มาใช้ twitter กันครับ
twitter เป็นเวบที่เราสามารถพูดคุย ฝากข้อความ หรือติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆหรือคนที่เราสนใจติดตามได้ตลอดเวลา
การใช้งานก็แค่แอดหรือรับแอดเหมือนพวก hi5 นั่นแหละ แต่ผมไม่ชอบ hi5 เท่าไหร่ไม่รู้ทำไม
เวลาเราอยากพิมพ์อะไรก็พิมพ์ข้อความลงไป เพื่อนๆของเราก็จะได้อ่านข้อความ
เช่นกัน ถ้าคนใน list ของเราพิมพ์ข้อความอะไร เราก็จะได้อ่านข้อความนั้นๆเหมือนกัน
รวมถึงการแอดสำนักข่าวต่างๆเพื่อรับข่าวสารไว้อ่านก็สะดวกมากๆครับ
แอดผมที่ http://www.twitter.com/plamuek76
สมัครที่ http://www.twitter.com/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)