วันอังคารที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓

9th

อัพบล็อกซะหน่อย

วันนี้ผมลองไปเล่นทัวร์นาเม้นต์ Freeroll จากเว็บนึง(ขอไม่เอ่ยชื่อแล้วกัน)
มีคนเล่นทั้งหมด 540 คน
จะมี2คนที่ได้ผ่านไปเล่นในทัวร์นาเม้นต์ต่อไป เหมือนกับหาคนผ่านเข้ารอบอะครับ

ผมสามารถเข้าไปได้ถึง Final Table(9คนสุดท้าย) แล้วก็จบในอันดับที่9นั่นแหละ ^ ^

finished9

ถือว่าสนุกมากเลยครับ แต่เหนื่อยเหมือนกัน

วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓

ตัวอย่างการบันทึกผลเพื่อส่ง Resume ไปยัง MudleyGroup

ผมก็อปมาจากคอมเม้นต์ของผมจากบล็อก MudleyGroup มาโพสต์พร้อมแปะรูปให้ดูกันนะครับ พอดีมีคนเข้าลิ้งค์ที่ให้ไปไม่ได้

1.เปิดบัญชี facebook แล้วไปเล่นเกมโป๊กเกอร์ รุ่นแรกเล่น texas holdem ของค่าย zynga กันครับ

2.บันทึกการเล่นโป๊กเกอร์ระยะเวลา1สัปดาห์

โดยรายละเอียดการจดให้จด
-ชื่อผู้เล่น(ไม่ต้องชื่อจริงก็ได้ครับ เอาที่เรียกกันง่ายๆ)
-เงินเริ่มต้นในแต่ละวันที่เล่น
-เวลาที่กดเข้าไปนั่งในโต๊ะ
-stake ที่เล่น (ตัวเลขที่เป็น 5/10, 10/20 อะไรพวกนี้อะครับ)
-จำนวนชิพที่เอาลงเล่นในครั้งนั้น
-เวลาที่ออกจากโต๊ะ(ทุกกรณีไม่ว่าจะออกเพราะลุกเองหรือหมดตัว)
-ระยะเวลา
-จำนวนชิพที่เหลือ
-กำไร/ขาดทุน

พอเข้าไปนั่งใหม่ หรือว่าชิพหมดแล้วจะลงใหม่ก็บันทึกแยกใหม่ครับ
-เวลาที่เข้า
-จำนวนที่ลง
-ฯลฯ

ตัวอย่างการบันทึกครับ

Photobucket


edit เพิ่มนะครับ ใส่รูปให้ดูว่าตรงไหนคือ stakes

Photobucket

Photobucket

วันอังคารที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓

Reflexivity

บทความนี้เป็นการสรุปความเข้าใจของผมต่อแนวคิดของโซรอส ซึ่งผมได้ลองถามพี่ต้าน MudleyGroup เพื่อยืนยันว่าผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่


ปลาหมึก
คือผมสนใจความคิดของ Soros มาระยะนึงแล้ว ตอนอ่าน the new paradigm for financial market และบทความต่างๆ ผมก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่
อาจจะเพราะเป็นทั้งภาษาและเป็นแนวคิดที่ต่างจากเศรษฐศาสตร์ในตำราทั่วไปหรืออะไรก็แล้วแต่

ตอนนี้ผมคิดว่าความเข้าใจของผมน่าจะมีเพิ่มขึ้นมาบ้าง จึงอยากจะถามดูครับว่าผมเข้าใจถูกต้องรึเปล่า และเข้าใจในระดับไหน

อย่างแรกเรื่องคือ ตลาดไม่มีความสมบูรณ์แบบ เนื่องมาจากตลาดเคลื่อนไหวจาก action ของคน และคนมีการรับรู้ที่ผิดพลาดอยู่แทบจะตลอดเวลา
ในบางกรณีเช่นความคาดหวังต่ออนาคต มันเป็นการทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่มีอะไรบ่งบอกได้แน่นอนว่าจะเกิดขึ้น เพราะสิ่งที่จะขึ้นนั้นต้องเป็นผลรวมมาจาก action ของคนทุกๆคน
ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีใครที่จะรู้ว่าคนทุกๆคนจะทำอะไร อาจจะมีบ้างที่มีกลุ่มคนที่มีอิทธิพลสามารถชี้นำได้ แต่ไม่ทั้งหมด

จากการรับรู้ที่ผิดเพี้ยนส่งผลให้เกิด action ที่ผิดเพี้ยนเช่นกัน ดังนั้นตลาดจึงเกิดภาวะฟองสบู่เป็นระลอกๆ อยู่ที่ว่าจะเป็นฟองสบู่ในรอบเล็กๆเช่นระยะปี หรือรอบใหญ่ๆเช่นระยะสิบๆปี โดยฟองสบู่ที่ใหญ่เป็นการสะสมความผิดพลาดต่างๆจากเล็กๆ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง มันจึงสะสมเป็นลูกใหญ่

ในระยะยาวจะมีการปรับสมดุลอยู่ตลอดเวลา เช่นเมื่อ ราคา วิ่งหนี ปัจจัยพื้นฐานไปมากๆ จะต้องมีการปรับสมดุลเกิดขึ้น เช่นมีคนรับรู้ความจริงว่าตอนนี้ราคามันเป็นฟองสบู่แล้วก็จะเกิด action สวนทางกลับมายังพื้นฐานของมัน แต่แน่นอนว่าตลาดไม่สมบูรณ์แบบ action อาจจะแรงเกินไปทำให้ลงมาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานเนื่องจากเป็นการ action จากคนจำนวนมากที่มีทั้งรู้ข้อมูลจริงและไม่รู้ข้อมูลจริง จนเมื่อถึงเวลาหนึ่งจะมีคนรับรู้อีกว่า ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน จะมีการ action ย้อนกลับขึ้นไปอีกครั้ง

ส่วน reflexivity ตามความเข้าใจของผมคือ
1.ตลาดสะท้อนปัจจัยและข้อมูลต่างๆออกมา (ซึ่งข้อนี้เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปอยู่แล้ว)
2.ตลาดมีอิทธิพลส่งผลสะท้อนกับไปยังปัจจัยและข้อมูลต่างๆด้วย

จากข้อ2 แปลว่าการรับรู้ของคนเรานั้น(ความคิด) เมื่อไปทำให้ตลาดเกิด action มันจะสามารถสะท้อนไปยังปัจจัยต่างๆ(ความจริง)ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามได้ แม้ว่าจะเป็นการรับรู้มาแบบถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ตาม
เช่นถ้าเกิดราคาสินค้าชนิดหนึ่งสูงขึ้น มันจะส่งผลมายังผู้ที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นๆอย่างไม่ต้องสงสัย ปัจจัยต่างๆจึงสามารถเปลี่ยนแปลงตามราคาได้

ไม่แน่ใจนะครับว่าผมเข้าใจได้ถูกหรือผิด มากน้อยขนาดไหน แถมไม่รู้ว่าอ่านรู้เรื่องรึเปล่า
คิดว่าพี่ต้านน่าจะเข้าใจแนวคิดต่างๆดี ก็เลยอยากถามว่าระดับความเข้าใจของผมเป็นยังไงบ้างครับ



MudleyGroup
ใช่เลยครับ นี่คือหัวใจพื้นฐานที่สำคัญของ Reflexivity ซึ่งคนส่วนมากจะมองแค่ข้อ1 ทั้งๆที่ข้อ 2 ก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่นเพราะเรื่องของราคาตลาดมันสามารถสะท้อนมายังพื้นฐานของสินค้าได้เช่นกัน อย่างเช่น ในบลาซิล ตอนพี่ซื้อ-ขาย เอทานอล อยุ่ พอราคา เอทานอลมันพุ่งขึ้น จนเกิดกระแส ผู้คนในวงการเกษตรของบลาซิลต่างก็หาเหตุผลมา support การขึ้นของราคานั้น จนทำให้โรงงานเอทานอลเกิดความโลภอยากกักตุนไว้เพราะอยากได้ราคาสูงๆ สุดท้ายก็ยิ่งส่งเสริมทำให้ราคา เอทานอล ในบลาซิลตอนนั้นยิ่งสูงขึ้นไปอีก จนเกิดฟองสบู่ขึ้นมา หลังจากนี้พอมันสุดโต่งไปมากๆหลายๆคนเริ่ม Realize ก็จะทำให้เกิดการเทขาย เพราะถ้าราคามันแพงไปมากกว่านี้ก็จะมีคนไปนำเอทานอลจากประเทศอื่นเข้ามาขายแทน ทีนี้คนก็เริ่มแห่ขาย พวกโรงงานที่กักตุนไวเริ่มตกใจกลัวว่าตนจะขายได้ราคาไม่ดี ก็พากันขนออกมาขายกันใหญ่ จนราคาในตลาดรองรับ supply ไม่ทันส่งผลให้ตลาดดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ก็อย่างที่น้องปลาหมึกเข้าใจล่ะครับ :)

วันอังคารที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

50K Poker Players Championship - World Series of Poker 2010

ยาวหน่อยนะครับ แต่สนุกมาก











วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

2009 World Series Of Poker Final Table Heads-Up Joe Cada v. Darvin Moon

เอาคลิปการแข่งขัน WSOP ปี 2009 มาให้ดูกันครับ




วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

John W. Henry



วันนี้ขอแนะนำเทรดเดอร์ที่กำลังโด่งดังในฐานะเจ้าของกิจการกีฬาดังๆระดับโลก โดยเฉพาะล่าสุดกลุ่ม NESV ของเขาสามารถเทคโอเวอร์กิจการฟุตบอลชื่อดังอย่าง"ลิเวอร์พูล"ได้

ทีนี้เรามารู้จักเขาในฐานะเทรดเดอร์กันดีกว่า

เฮนรี่เริ่มต้นการเทรดข้าวโพดและถั่วเหลืองในตลาดล่วงหน้า เพื่อที่จะเรียนรู้การป้องกันความเสี่ยงจากการถือสินค้าในกระบวนการผลิตของสินค้าโภคภัณฑ์ จากนั้นมีโบรกเกอร์ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มาขอให้เขาให้คำปรึกษากับเกษตรกรรายอื่นๆ ซึ่งเขาปฏิเสธไป และต่อมาเขาได้พัฒนาระบบ Trend Following สำหรับการเทรดในบัญชีตลาดล่วงหน้าของเขาขึ้นและมีการทดลองระบบ trend-reversal ด้วย เมื่อการทดลองระบบต่างๆของเขาประสบความสำเร็จเขาก็ได้ตั้งบริษัท JWH ขึ้นมา



เรามาดูปรัชญาในการเทรดของเฮนรี่กันดีกว่า

ผมไม่เชือว่าผมเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่สามารถคาดการณ์ราคาในอนาคต ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อะไรก็ตามได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุน ถึงอย่างไรก็ตามนักลงทุนหวังหรือเชื่อว่าพวกเขาสามารถที่จะคาดการณ์อนาคตได้ หรืออย่างน้อยต้องมีใครสักคนที่ทำได้. พวกเขาจะจับจ้องว่าคุณจะคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคตว่าอย่างไร เราอาศัยความจริงที่ว่านักลงทุนเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถทำนายอนาคตได้ และผมเชื่อว่านั่นคือที่มาของกำไรของพวกเรา ผมว่านี่มันเป็นเรื่องที่เรียบง่าย

John W. Henry



ตั้งแต่ที่ผมออกแบบลงไปในระบบ Trend Following วิธีการ กลไก และระบบคณิตศาสตร์ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย ระบบยังคงประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมันเป็นเวลากว่า18ปีแล้ว

John W. Henry



ด้านล่างนี้มีน้องคนนึงช่วยแปลให้นะครับ ต้องขอขอบคุณน้องโต้งด้วย

ถ้าเราจะหาคำนิยามมาอธิบายปรัชญาการลงทุนของ เฮนรี่ เราคงสรุปได้ว่า “ไม่มีใครบอกอนาคตได้” เฮนรี่นั้นเป็น Trend follower ที่เล่นระยะยาว ปรัชญาในการลงทุนของคือเขาให้ความสนใจพฤติกรรมราคาในตลาด มากกว่าจะมองหามูลค่าพื้นฐานของตลาด กุญแจดอกสำคัญคือข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจลงทุน เขาบอกว่า ตลาดนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังของผู้คนที่อยู่ในตลาด และความคาดหวังนี้ แสดงออกมาเป็นลักษณะการเคลื่อนไหวหรือทิศทางของราคา ทุกวันนี้เราอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราไม่สามารถบอกอนาคตได้ และในโลกของความไม่แน่นอนนี้ การวิเคราะห์ราคาและทำตามพฤติกรรม( trend following)หรือ ตามทิศทางราคานั้น ๆ ดูจะเป็นเหตุเป็นผลที่สุดในการลงทุนระยะยาว เฮนรี่รู้สึกว่า การใช้กลไลตลาดประเมินตัวมันเองมีคุณค่ามากกว่าการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือ การทดสอบที่ใช้อะไรวัดอย่างตายตัวมาประเมินกับการเทรดที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เฮนรี่บอกว่า เมื่อเขาทำการศึกษาตลาดครั้งแรกตอนปี 1970 เขาพยายามหาระบบที่เหมาะกับทุก ๆ สภาพตลาด ซึ่งการศึกษาของเขาพบว่าการลงทุนระยะยาวนั้นเหมาะสำหรับตลาดทุนมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว เราจะมีความรู้สึกหนึ่งที่ครอบงำเราให้ตัดสินใจตรงข้ามกับตลาดเสมอ คือสิ่งที่คนอื่นเรียกว่า “หลีกเลี่ยงความผันผวน” ด้วยการเหมาว่า ความผันผวนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี อย่างไรก็ตามเขาพบว่าการหลีกเลี่ยงความผันผวน นั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถจะอยู่ในตลาดในช่วงที่เกิดเทรนด์ระยะยาวได้ ความรู้สึกที่จะป้องกันเงินทุนของเราไว้เป็นต้นทุนที่มหาศาลที่เกิดขึ้นในใจนักเทรดมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ระบบการลงทุนระยะยาวจะไม่หลีกเลี่ยงความผันผวน เราจะต้องอดทนและผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ ซึ่งจะทำให้เราลดการปิดออร์เดอร์ตอนราคาอยู่กลางเทรนด์เมื่อเกิดเทรนด์ยาว ๆ ได้

วันจันทร์ที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

How to use SMAs

พอดีผมเห็นบางคนใช้ sma ในการเทรด โดยอาศัยการตัดกันของเส้นในการหาจังหวะเข้า

เลยนำตัวอย่างในมุมมองของผม กับความรู้ที่ผมไปซุ่มเก็บตัวเรียนรู้มาระยะนึง มาให้ดูกัน

sma


sma


สำหรับผม วิธีที่เราน่าจะใช้กับ SMAs น่าจะเป็นการให้เส้นตัดกันแล้วรอให้เส้นเรียงกันเป็นเส้นขนานมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
จากนั้นรอจังหวะให้ราคาพักตัว และดูการเบรกกลับไปยังเทรนด์หลัก จากนั้นจึงค่อยเข้าเทรด

(ภาพตัวอย่างเป็นกราฟราคา XAU/USD(ทองคำต่อยูเอสดอลล่า) แต่คนละ time frame ครับ)

วันพุธที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

Advanced Currency Converter

by borrowisely.com

วันพุธที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

การสะกด คะ ค่ะ ที่ถูกต้อง

ไปเจอคลิปดีๆ เลยนำมาแปะให้ดูกันครับ