วันจันทร์ที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

การตัดสินใจ

หลายๆคนต้องการที่จะเข้ามาหาเงินจากตลาดทุน มีหุ้นบางตัวที่น่าดึงดูดหรือเป็นประเด็นตามหน้าเว็บบอร์ดหุ้น
การที่เข้าไปถามคนตามเว็บบอร์ดว่าซื้อดีรึเปล่า หรือไปเชื่อการเชียร์หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง นั่นแปลว่าเรายกอำนาจในการตัดสินใจของเราให้กับบุคคลที่เราไม่เคยเห็นหน้า เราเชื่อคนอื่นมากกว่าตัวเองขนาดนั้นเชียวหรือ บางคนอาจจะบอกว่าถ้าเค้าคนนั้นบอกผิด ก็จะไม่โทษเพราะไปเชื่อเค้าเอง แต่ผมเห็นไม่เพียงแต่ไม่ควรไปโทษคนที่บอกผิด ควรจะโทษตัวเองที่ไร้ความรับชอบต่อการตัดสินใจของเราเอง
คนที่ไม่สามารถแม้แต่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองประสบความสำเร็จได้ยากครับ

วันเสาร์ที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

2012

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2553 ผมได้ไปฟังดร.ก้องภพมาเล่าเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจ ที่พวกเราสงสัยแต่ยังไม่ยอมรับให้ฟังกันในงานนี้ http://www.lonelytrees.net/?p=1739

โลกร้อนไม่ได้มาจากฝีมือของมนุษย์เพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ใหญ่กว่าและป้องกันไม่ได้คือระบบสุริยะที่เคลื่อนตัวเข้าบริเวณแนวระนาบของทางช้างเผือกต่างหากที่เป็นปัจจัยหลัก

ผมไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับจักรวาลมากนัก ขอนำลิ้งค์มาแปะให้อ่านกันดีกว่า

เรื่องนี้จะเกิดหรือไม่ ถ้าเกิดจะร้ายแรงขนาดไหนนั้น ผมว่าเราเตรียมพร้อมไว้ก่อนดีกว่า การเตรียมพร้อมก็ไม่ได้ลงทุนอะไรมากมายและได้ประโยชน์ทั้งนั้นต่อให้ไม่เกิดเหตุร้าย
สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเตรียมไว้คือ
  • ร่างกาย เราควรจะออกกำลังกายกันบ้าง อย่างน้อยหาเวลาวันละนิดหรือในวันหยุดก็ออกไปวิ่งตามสวนสาธารณะก็ไม่เลว
  • น้ำ อาหารแห้ง พวกมาม่าอาหารกระป๋องเตรียมๆไว้บ้างก็ดี แต่ยังไม่ต้องรีบมากนัก เพราะเดี๋ยวมันจะหมดอายุซะก่อน และน้ำเป็นสิ่งจำเป็นมากขาดไม่ได้
  • เมล็ดพืช เมล็ดพืชพวกผัก พวกผลไม้ และสมุนไพร จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว เมื่อได้มาแล้วแบ่งมาปลูกรอบๆบ้าน หรือใครมีที่ดินเยอะๆยิ่งดีใหญ่ พวกนี้จะเป็นอาหารและยาให้เราในอนาคต แม้จะไม่เกิดเหตุการณ์อะไร การลงทุนนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะช่วยประหยัดค่าอาหารและยา ซึ่งเป็น 2 ใน 4 ของปัจจัย4
  • จิตใจ สมาธิ ผมว่าเราควรจะต้องฝึกสมาธิเพื่อจะมีสติในการรับมือกับปัญหาต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์มากต่อการใช้ชีวิตของคนเรา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
  • ทำในสิ่งที่อยากทำ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ในคิดว่าเวลาของเราเหลือน้อย มีความฝันอะไรก็รีบมุ่งหน้าเดินตามความฝัน ในข้อนี้ผมก็มองเห็นแต่ด้านดี เพราะทำให้เราเลิกนิสัยเสียที่บอกว่าเดี๋ยวค่อยทำ หรืออ้างว่ายังไม่พร้อม และถ้าไม่เกิดร้ายในปี 2012 เราก็ได้ไปยืนอยู่บนเส้นทางที่ฝันแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

พรสวรรค์-พรแสวง


ผมได้ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของบรรดานักฟุตบอลต่างชาติที่เข้ามาค้าแข้งใน Thailand Premier League แล้วชอบคำตอบนี้ของนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่น ของทีมบางกอก ยูไนเต็ด ที่ชื่อว่า ริวจิ ซูโอกะ




“สำหรับคุณ คิดว่าการเล่นฟุตบอลต้องอาศัยพรสวรรค์หรือพรแสวงมากกว่ากัน?”

“บางคนก็เกิดมาพร้อมพรสวรรค์เพื่อจะเป็นนักฟุตบอล แต่การฝึกซ้อมก็สำคัญมากนะ ผมคิดว่าคนที่จะเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้ อันดับแรกเขาจะต้องรักและชอบที่จะเล่นฟุตบอล” สำหรับริวจิ เขารักฟุตบอล และเปรียบเปรยฟุตบอลเหมือนศาสนาที่สอนเขาทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

“ถ้าไม่รักมันแล้วผมว่าไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ดีได้ หลายๆ ครั้งเด็กมาถามผมว่า ทำอย่างไรถึงจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ ผมบอกพวกเขาว่า อย่ายอมแพ้

“แน่นอน ผมต้องการจะเป็นนักฟุตบอลที่เพอร์เฟ็กต์ แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากก็ตามที ดังนั้นผมจึงคิดว่าผมจะต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ซึ่งมันก็ไม่สามารถรับประกันได้หรอกว่าความฝันที่ผมหวังไว้จะเป็นจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงผมก็จะพยายามต่อไป” ริวจิ ที่ปัจจุบันอายุสามสิบปี พูดด้วยประกายตามุ่งมั่นและไม่คิดย่อท้อเหมือนซามูไรมองฝันยามอาทิตย์อัสดง ในตอนจบของการ์ตูนญี่ปุ่น

สู้ต่อไป ริวจิ ซูโอกะ

วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

power of negotiate2

ต่อจากบทความที่แล้ว power of negotiate แต่ว่านำมาเชื่อมโยงกับตลาดเงินตลาดทุน

1.เงิน ตรงนี้ก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเลยครับ ฝั่งที่มีเงินมากสามารถที่จะขับเคลื่อนราคาได้ สามารถที่จะเล่นเกมได้หลากหลายกว่า มีความอึดมากกว่า และสามารถซื้อข้อมูล รอคอยโอกาส หาทางเลือกใหม่ และมีเครือข่ายได้ด้วยเงิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญๆในเกมนี้ทั้งนั้น

2.ข้อมูล ข้อมูลข่าวสารในตลาดเงินตลาดทุนเป็นสิ่งสำคัญ คนที่มีข้อมูลในมือมากกว่าย่อมได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางเศรษฐกิจ ข้อมูลของบริษัท หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่เป็นข่าวลือ

3.เวลา ในที่นี้ผมมองถึงกรอบระยะเวลาที่เป็นเป้าหมาย คนที่วางกรอบไว้ในระยะเวลาที่ยาวๆจะลดความกดดันของความผันผวนระยะสั้นๆได้ ส่วนคนที่วางกรอบไว้สั้นๆจะทนต่อความผันผวนได้น้อยกว่า และการวางแผน กลยุทธ์ ระบบต่างๆ คนที่วางแผนระยะยาวๆจะได้เปรียบมากกว่าคนที่วางแผนแค่สั้นๆ

4.ทางเลือก คนที่มีทางเลือกในหลายๆตลาดย่อมได้เปรียบครับ เอาง่ายๆอย่างนักลงทุนต่างชาติ เค้ามีทางเลือกหลากหลายประเทศ หลากหลายประเภทของตลาดทั้ง หุ้น อนุพันธ์ พันธบัตร อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างๆ ฯลฯ ทำให้สามารถโยกเงินลงทุนไปยังที่อื่นๆก่อนได้เมื่อเห็นว่าที่ปัจจุบันให้ผลตอบแทนที่ต่ำ หรือมีเหตุการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ

5.เครือข่าย การมีเครือข่ายที่กว้างขวางจะช่วยทั้งในแง่ของการแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล แนวความคิดต่างๆ รวมไปถึงการร่วมมือกันแสวงหากำไร ตรงนี้มองได้ทั้งแง่บวกและลบนะครับ แง่ลบก็อาจจะเป็นพวกที่วางแผนปั่นหุ้นทุบหุ้น ส่วนแง่บวก(จริงๆก็ไม่ได้บวกนักในสายตาของบางคน)คือการมีอุดมการณ์เดียวกันแล้วร่วมมือกัน อย่างพวกนักลงทุนต่างชาติ เวลาซื้อเขาจะเข้าซื้อเฉพาะพวกใหญ่ๆไม่กี่ตัว และซื้อพร้อมๆกัน ทำให้ราคาสามารถขับเคลื่อนไปได้ง่าย ถ้าต่างคนต่างซื้อ เงินจะกระจัดกระจายทำให้มีแรงขับเคลื่อนไม่พอ

วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

power of negotiate




สิ่งที่สำคัญในโลกนี้สิ่งหนึ่งคือการต่อรอง ผมจึงนำสิ่งที่ทำให้มีอำนาจในการต่อรองสูงขึ้นมาให้ได้อ่านกัน

  1. เงิน แน่นอนว่าคงไม่มีใครปฏิเสธสิ่งนี้ในการเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยน ฝั่งที่มีเงินมากกว่า หรือต้องการเงินน้อยกว่ามักจะได้เปรียบ
  2. ข้อมูล สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าฝ่ายไหนรู้ข้อมูลมากกว่าจะทำให้ได้เปรียบมาก ยิ่งถ้ารู้ข้อมูลฝ่ายตรงข้ามด้วยแล้ว เช่นรู้ว่าต้องการอะไรมีขีดจำกัดขนาดไหน จะทำให้การต่อรองง่ายขึ้นมาก
  3. เวลา ฝ่ายที่มีเวลามากกว่าหรือไม่เร่งรีบจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ถ้าฝ่ายไหนอยากได้สิ่งที่ต้องการในเวลาที่จำกัดจะทำให้อำนาจการต่อรองสูญเสียไปเลย
  4. ทางเลือก ฝ่ายที่มีทางเลือกมากกว่าหรือมีทางเลือกอื่น ย่อมมีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องต่อรองกับฝ่ายใดเพียงฝ่ายเดียว ทางเลือกทำให้มีโอกาสได้เจอการต่อรองที่ดีกว่า
  5. เครือข่าย/เส้นสาย สิ่งนี้ทำให้เกิดอำนาจที่เหนือกว่าได้เพราะมีกำลังเสริมเข้ามาอีก ยิ่งกว้างขวางยิ่งทำให้มีอำนาจมากขึ้น
ในครั้งหน้าผมจะเชื่อมโยงให้เข้ากับตลาดหุ้นเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น

วันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

The Key to Success


"Success is not the key to happiness.
Happiness is the key to success.
If you love what you are doing, you will be successful."

-Albert Schweitzer

วันอาทิตย์ที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

Just 66% Not 100%

อาทิตย์ที่ผ่านมาผมเทรดน้อยมาก และในแต่ละครั้งใช้เวลาสั้นๆ เนื่องจากผมลองวัดผลบางอย่างดูเฉยๆ
สาเหตุที่ผมต้องทดลอง เพราะอาทิตย์ที่แล้วกลยุทธ์ผมมีข้อผิดพลาดเยอะ
ทำให้ผมต้องรอบคอบกว่าเดิม
ผลออกมาก็โอเคเลยครับ เทรดไป3 ชนะ3 แต่นับเป็นตัวเงินน้อยมากครับเพราะผมเพียงแค่ทดลองความแม่นยำเฉยๆ
จึงเล่นแบบ scalp คือได้กำไรแล้วออก
แต่ในความแม่นยำนั้นยังแผงจุดอ่อนให้ผมเห็นเยอะทีเดียว
อย่างการเทรด1ใน3ครั้งนั้น มีครั้งนึงที่ถ้าผมปิดช้ากว่านั้นเพียงนิดเดียวผมจะแพ้ทันที
นั้นหมายความว่าบังเอิญว่าผมโชคดีที่มันเด้งให้ผมได้ปิดสถานะ ไม่ใช่เพราะกลยุทธ์ของผมมันดี
ดังนั้นมองจริงๆแล้ว กลยุทธ์นี้ชนะ 2 แพ้ 1 ผลเป็น 66% ไม่ใช่ 100%

ดังนั้นการดูเพียงแค่ตัวเลขจาการเทรดอาจจะไม่ได้วัดผลตามความเป็นจริงนัก
เราควรที่จะบันทึกเพิ่มเติมลงไปในรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมด้วย
เพราะข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆจะทำให้เกิดผลเสียในภายหลังได้
และการใส่ใจเพิ่มเติมในสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะเป็นการพัฒนาตัวเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

วันเสาร์ที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

จะทำอย่างไรต่อเมื่อขาดทุน

จากบทความที่ผมบอกว่าเริ่มไปฝึกทักษะด้านเทคนิคัล
ซึ่งผมไม่ได้ฝึกจากตลาดในประเทศไทย
การก้าวเดินออกไปพบโลกกว้างคราวนี้ได้ทักษะมากกว่าที่ผมต้องการไว้เยอะครับ
มันทำให้ผมได้รู้จักความสำคัญของ "ความมีวินัย" "อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก"
ว่ามันมีผลต่อการเทรดขนาดไหนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ลองมาดูกันง่ายๆ ถ้าหากว่าเราพลาดกำลังขาดทุนในเกมนี้
ทางเลือกคือปิดสถานะเพื่อหยุดการขาดทุน หรือถือโดยหวังจะขายเมื่อกำไรหรือขาดทุนน้อยลง
ในที่นี้ไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีไหนถูก สิ่งคำสัญคือตัดอารมณ์ และความรู้สึกออกไปก่อน
แล้วมามองสถานการณ์ตามความเป็นจริง ถ้าแนวโน้มออกมาว่าเรามีโอกาสขาดทุนมากขึ้นก็ถอยมาตั้งหลักก่อน

บางคนเมื่อเสียแล้วต้องการจะเอาคืน
กรณีนี้อันตรายที่สุดเลยครับ
การอยากเอาคืนหรือแก้แค้นเป็นผลจากอารมณ์ล้วนๆ
ลองเทียบดูเล่นๆว่าคุณพึ่งแพ้มา นั่นแปลว่าคุณอาจจะสู้ไม่ได้
ถ้าสู้ไม่ได้แล้วยังจะวิ่งเข้าไปแลกหมัดอีก ผมว่าผลออกมาก็คงเหมือนเดิม
เราควรจะหยุดพัก เพื่อให้อารมณ์นิ่งก่อน แล้วมองหาข้อผิดพลาดของเรา มองสภาพตลาด
ไตร่ตรองหาวิธีให้เรากลับเข้าสู่โดยเกมนั้นต้องเข้าทางเรา
ลองนึกถึงเกมกีฬาก็ได้ครับ อย่างฟุตบอลถ้าเราเสียประตู
การที่เราจะทวงคืนโดยเล่นแบบเดิมกับที่เราเสียประตู หรือหุนหันเดินหน้าบุกแหลก
อาจจะยิ่งเข้าทางฝั่งตรงข้ามมากขึ้น
เราควรจะแก้เกมด้วยแผนการใหม่ๆ หรือพยายามทำให้รูปเกมเข้าทางเราก่อน
ถ้าเราคุมเกมได้ โอกาสทำประตูจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเอง จนหวังผลถึงชัยชนะได้เลยทีเดียว
ดังนั้นใจเย็นๆ มองดูเกมโดยรวม วางแผนดีๆเพื่อคุมเกมให้ได้
แล้วเราจะมีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วน

กรณีที่ซับซ้อนขึ้นมาอีก คือ ถ้าแผนการหรือกลยุทธ์ของเราแพ้บ่อยๆ หรือแพ้ต่อเนื่อง
เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่าไม่มีวิธีไหนที่ได้ผล100%
แล้วเรามามองดูว่าที่มันไม่ได้เป็นเพราะอะไร เพราะเราขาดวินัยเองรึเปล่า
ถ้าเรามีวินัยดีอยู่แล้วก็มาดูว่าแผนหรือกลยุทธ์มีข้อบกพร่องตรงไหน
ถ้าเล็กน้อยก็ลองปรับเปลี่ยนแก้ไข แต่ถ้ามันเยอะเกินก็น่าจะลองกลยุทธ์ใหม่ๆดู

ตอนนี้ผมก็ยังฝึกฝน เรียนรู้ไปเรื่อยๆครับ ไม่ได้เก่งอะไร
แถมอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในแง่ตัวเลข แต่ในแง่ของประสบการณ์ผมว่าคุ้มค่ามาก
พอได้ข้อคิดดีๆก็เลยมาอัพไว้เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่นๆ

ทิ้งท้ายไว้นิดนึงครับ
"ตราบใดที่ราคายังเคลื่อนไหว เราก็มีโอกาสอยู่เสมอ"
ดังนั้นเราไม่ต้องรีบร้อนเพราะกลัวตกรถหรอกครับ รอให้ได้จังหวะที่เหมาะสมกับเราดีกว่า

วันอาทิตย์ที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

HUNTER 2

สำหรับคนที่คิดว่าแน่ลองดูนี่ก่อนครับ



แม้แต่สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดยังตกเป็นเหยื่อของนักล่าได้
ไม่ได้มีกฎว่าต้องต่อสู้กับแบบตัวต่อตัว
ไม่ได้มีกฎว่าห้ามสุ่มโจมตี
ไม่ได้มีเวลากำหนดว่าต้องล่าในเวลาใด
สิ่งสำคัญที่จะเอาตัวรอดได้คือฝึกฝนตัวเอง ตื่นตัวตลอดเวลา
เวลาที่คุณเผลอแม้เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็อาจจะพลาดพลั้งตกเป็นอาหารอันโอชะได้

HUNTER

ทุกๆที่ถอดแบบจากธรรมชาติมา ตลาดเงินตลาดทุนก็เช่นกัน




โดยมากแล้วเราไม่มีทางเลือกมากนักว่าเราจะเป็นอะไร
ในตลาดเงินตลาดทุน เราเข้ามาก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของผู้ถูกล่า
ถ้าคุณจะเป็นผู้ถูกล่า ก็ต้องแข็งแรงกว่าผู้ถูกล่าอื่่นๆ
ผู้ถูกล่าที่เชื่องช้า ที่อ่อนแอ หรือผิดพลาดหกล้มผิดเวลาย่อมหมายถึงชีวิตที่ถูกสังเวย

ถ้าคุณเป็นนักล่าที่ไม่ใช่นักล่าที่แข็งแกร่งที่สุด อาศัยเก็บตกซากอาหาร
ก็ต้องรู้จักเวลาที่เหมาะสมในการเก็บ และรู้เวลาในการหนี อย่าละโมบมากเกินไป

ส่วนนักล่าที่แข็งแกร่งจริงๆนั้น โอกาสที่เราจะได้เป็นยากมาก
แต่ผมเชื่อว่ามันไม่ได้ยากเกินความสามารถของทุกๆคน
ขอเพียงมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนตัวเองให้ถึงจุดนั้น

แม้เราจะไม่ได้เป็นนักล่าที่แกร่งที่สุด เก่งที่สุด
แต่เพียงแค่เราไม่ถูกล่า และสามารถหาเลี้ยงปากท้องได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว