วันจันทร์ที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
การตัดสินใจ
การที่เข้าไปถามคนตามเว็บบอร์ดว่าซื้อดีรึเปล่า หรือไปเชื่อการเชียร์หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง นั่นแปลว่าเรายกอำนาจในการตัดสินใจของเราให้กับบุคคลที่เราไม่เคยเห็นหน้า เราเชื่อคนอื่นมากกว่าตัวเองขนาดนั้นเชียวหรือ บางคนอาจจะบอกว่าถ้าเค้าคนนั้นบอกผิด ก็จะไม่โทษเพราะไปเชื่อเค้าเอง แต่ผมเห็นไม่เพียงแต่ไม่ควรไปโทษคนที่บอกผิด ควรจะโทษตัวเองที่ไร้ความรับชอบต่อการตัดสินใจของเราเอง
คนที่ไม่สามารถแม้แต่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองประสบความสำเร็จได้ยากครับ
วันเสาร์ที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
2012
- ร่างกาย เราควรจะออกกำลังกายกันบ้าง อย่างน้อยหาเวลาวันละนิดหรือในวันหยุดก็ออกไปวิ่งตามสวนสาธารณะก็ไม่เลว
- น้ำ อาหารแห้ง พวกมาม่าอาหารกระป๋องเตรียมๆไว้บ้างก็ดี แต่ยังไม่ต้องรีบมากนัก เพราะเดี๋ยวมันจะหมดอายุซะก่อน และน้ำเป็นสิ่งจำเป็นมากขาดไม่ได้
- เมล็ดพืช เมล็ดพืชพวกผัก พวกผลไม้ และสมุนไพร จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว เมื่อได้มาแล้วแบ่งมาปลูกรอบๆบ้าน หรือใครมีที่ดินเยอะๆยิ่งดีใหญ่ พวกนี้จะเป็นอาหารและยาให้เราในอนาคต แม้จะไม่เกิดเหตุการณ์อะไร การลงทุนนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะช่วยประหยัดค่าอาหารและยา ซึ่งเป็น 2 ใน 4 ของปัจจัย4
- จิตใจ สมาธิ ผมว่าเราควรจะต้องฝึกสมาธิเพื่อจะมีสติในการรับมือกับปัญหาต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์มากต่อการใช้ชีวิตของคนเรา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
- ทำในสิ่งที่อยากทำ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ในคิดว่าเวลาของเราเหลือน้อย มีความฝันอะไรก็รีบมุ่งหน้าเดินตามความฝัน ในข้อนี้ผมก็มองเห็นแต่ด้านดี เพราะทำให้เราเลิกนิสัยเสียที่บอกว่าเดี๋ยวค่อยทำ หรืออ้างว่ายังไม่พร้อม และถ้าไม่เกิดร้ายในปี 2012 เราก็ได้ไปยืนอยู่บนเส้นทางที่ฝันแล้ว
วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒
พรสวรรค์-พรแสวง
ผมได้ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของบรรดานักฟุตบอลต่างชาติที่เข้ามาค้าแข้งใน Thailand Premier League แล้วชอบคำตอบนี้ของนักฟุตบอลชาวญี่ปุ่น ของทีมบางกอก ยูไนเต็ด ที่ชื่อว่า ริวจิ ซูโอกะ
“สำหรับคุณ คิดว่าการเล่นฟุตบอลต้องอาศัยพรสวรรค์หรือพรแสวงมากกว่ากัน?”“บางคนก็เกิดมาพร้อมพรสวรรค์เพื่อจะเป็นนักฟุตบอล แต่การฝึกซ้อมก็สำคัญมากนะ ผมคิดว่าคนที่จะเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้ อันดับแรกเขาจะต้องรักและชอบที่จะเล่นฟุตบอล” สำหรับริวจิ เขารักฟุตบอล และเปรียบเปรยฟุตบอลเหมือนศาสนาที่สอนเขาทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
“ถ้าไม่รักมันแล้วผมว่าไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ดีได้ หลายๆ ครั้งเด็กมาถามผมว่า ทำอย่างไรถึงจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ ผมบอกพวกเขาว่า อย่ายอมแพ้
“แน่นอน ผมต้องการจะเป็นนักฟุตบอลที่เพอร์เฟ็กต์ แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากก็ตามที ดังนั้นผมจึงคิดว่าผมจะต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ซึ่งมันก็ไม่สามารถรับประกันได้หรอกว่าความฝันที่ผมหวังไว้จะเป็นจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงผมก็จะพยายามต่อไป” ริวจิ ที่ปัจจุบันอายุสามสิบปี พูดด้วยประกายตามุ่งมั่นและไม่คิดย่อท้อเหมือนซามูไรมองฝันยามอาทิตย์อัสดง ในตอนจบของการ์ตูนญี่ปุ่น
สู้ต่อไป ริวจิ ซูโอกะ
วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒
power of negotiate2
วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒
power of negotiate
- เงิน แน่นอนว่าคงไม่มีใครปฏิเสธสิ่งนี้ในการเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยน ฝั่งที่มีเงินมากกว่า หรือต้องการเงินน้อยกว่ามักจะได้เปรียบ
- ข้อมูล สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าฝ่ายไหนรู้ข้อมูลมากกว่าจะทำให้ได้เปรียบมาก ยิ่งถ้ารู้ข้อมูลฝ่ายตรงข้ามด้วยแล้ว เช่นรู้ว่าต้องการอะไรมีขีดจำกัดขนาดไหน จะทำให้การต่อรองง่ายขึ้นมาก
- เวลา ฝ่ายที่มีเวลามากกว่าหรือไม่เร่งรีบจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ถ้าฝ่ายไหนอยากได้สิ่งที่ต้องการในเวลาที่จำกัดจะทำให้อำนาจการต่อรองสูญเสียไปเลย
- ทางเลือก ฝ่ายที่มีทางเลือกมากกว่าหรือมีทางเลือกอื่น ย่อมมีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องต่อรองกับฝ่ายใดเพียงฝ่ายเดียว ทางเลือกทำให้มีโอกาสได้เจอการต่อรองที่ดีกว่า
- เครือข่าย/เส้นสาย สิ่งนี้ทำให้เกิดอำนาจที่เหนือกว่าได้เพราะมีกำลังเสริมเข้ามาอีก ยิ่งกว้างขวางยิ่งทำให้มีอำนาจมากขึ้น
วันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
The Key to Success
วันอาทิตย์ที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
Just 66% Not 100%
สาเหตุที่ผมต้องทดลอง เพราะอาทิตย์ที่แล้วกลยุทธ์ผมมีข้อผิดพลาดเยอะ
ทำให้ผมต้องรอบคอบกว่าเดิม
ผลออกมาก็โอเคเลยครับ เทรดไป3 ชนะ3 แต่นับเป็นตัวเงินน้อยมากครับเพราะผมเพียงแค่ทดลองความแม่นยำเฉยๆ
จึงเล่นแบบ scalp คือได้กำไรแล้วออก
แต่ในความแม่นยำนั้นยังแผงจุดอ่อนให้ผมเห็นเยอะทีเดียว
อย่างการเทรด1ใน3ครั้งนั้น มีครั้งนึงที่ถ้าผมปิดช้ากว่านั้นเพียงนิดเดียวผมจะแพ้ทันที
นั้นหมายความว่าบังเอิญว่าผมโชคดีที่มันเด้งให้ผมได้ปิดสถานะ ไม่ใช่เพราะกลยุทธ์ของผมมันดี
ดังนั้นมองจริงๆแล้ว กลยุทธ์นี้ชนะ 2 แพ้ 1 ผลเป็น 66% ไม่ใช่ 100%
ดังนั้นการดูเพียงแค่ตัวเลขจาการเทรดอาจจะไม่ได้วัดผลตามความเป็นจริงนัก
เราควรที่จะบันทึกเพิ่มเติมลงไปในรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมด้วย
เพราะข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆจะทำให้เกิดผลเสียในภายหลังได้
และการใส่ใจเพิ่มเติมในสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะเป็นการพัฒนาตัวเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
วันเสาร์ที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
จะทำอย่างไรต่อเมื่อขาดทุน
ซึ่งผมไม่ได้ฝึกจากตลาดในประเทศไทย
การก้าวเดินออกไปพบโลกกว้างคราวนี้ได้ทักษะมากกว่าที่ผมต้องการไว้เยอะครับ
มันทำให้ผมได้รู้จักความสำคัญของ "ความมีวินัย" "อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก"
ว่ามันมีผลต่อการเทรดขนาดไหนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ลองมาดูกันง่ายๆ ถ้าหากว่าเราพลาดกำลังขาดทุนในเกมนี้
ทางเลือกคือปิดสถานะเพื่อหยุดการขาดทุน หรือถือโดยหวังจะขายเมื่อกำไรหรือขาดทุนน้อยลง
ในที่นี้ไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีไหนถูก สิ่งคำสัญคือตัดอารมณ์ และความรู้สึกออกไปก่อน
แล้วมามองสถานการณ์ตามความเป็นจริง ถ้าแนวโน้มออกมาว่าเรามีโอกาสขาดทุนมากขึ้นก็ถอยมาตั้งหลักก่อน
บางคนเมื่อเสียแล้วต้องการจะเอาคืน
กรณีนี้อันตรายที่สุดเลยครับ
การอยากเอาคืนหรือแก้แค้นเป็นผลจากอารมณ์ล้วนๆ
ลองเทียบดูเล่นๆว่าคุณพึ่งแพ้มา นั่นแปลว่าคุณอาจจะสู้ไม่ได้
ถ้าสู้ไม่ได้แล้วยังจะวิ่งเข้าไปแลกหมัดอีก ผมว่าผลออกมาก็คงเหมือนเดิม
เราควรจะหยุดพัก เพื่อให้อารมณ์นิ่งก่อน แล้วมองหาข้อผิดพลาดของเรา มองสภาพตลาด
ไตร่ตรองหาวิธีให้เรากลับเข้าสู่โดยเกมนั้นต้องเข้าทางเรา
ลองนึกถึงเกมกีฬาก็ได้ครับ อย่างฟุตบอลถ้าเราเสียประตู
การที่เราจะทวงคืนโดยเล่นแบบเดิมกับที่เราเสียประตู หรือหุนหันเดินหน้าบุกแหลก
อาจจะยิ่งเข้าทางฝั่งตรงข้ามมากขึ้น
เราควรจะแก้เกมด้วยแผนการใหม่ๆ หรือพยายามทำให้รูปเกมเข้าทางเราก่อน
ถ้าเราคุมเกมได้ โอกาสทำประตูจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเอง จนหวังผลถึงชัยชนะได้เลยทีเดียว
ดังนั้นใจเย็นๆ มองดูเกมโดยรวม วางแผนดีๆเพื่อคุมเกมให้ได้
แล้วเราจะมีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วน
กรณีที่ซับซ้อนขึ้นมาอีก คือ ถ้าแผนการหรือกลยุทธ์ของเราแพ้บ่อยๆ หรือแพ้ต่อเนื่อง
เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่าไม่มีวิธีไหนที่ได้ผล100%
แล้วเรามามองดูว่าที่มันไม่ได้เป็นเพราะอะไร เพราะเราขาดวินัยเองรึเปล่า
ถ้าเรามีวินัยดีอยู่แล้วก็มาดูว่าแผนหรือกลยุทธ์มีข้อบกพร่องตรงไหน
ถ้าเล็กน้อยก็ลองปรับเปลี่ยนแก้ไข แต่ถ้ามันเยอะเกินก็น่าจะลองกลยุทธ์ใหม่ๆดู
ตอนนี้ผมก็ยังฝึกฝน เรียนรู้ไปเรื่อยๆครับ ไม่ได้เก่งอะไร
แถมอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในแง่ตัวเลข แต่ในแง่ของประสบการณ์ผมว่าคุ้มค่ามาก
พอได้ข้อคิดดีๆก็เลยมาอัพไว้เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่นๆ
ทิ้งท้ายไว้นิดนึงครับ
"ตราบใดที่ราคายังเคลื่อนไหว เราก็มีโอกาสอยู่เสมอ"
ดังนั้นเราไม่ต้องรีบร้อนเพราะกลัวตกรถหรอกครับ รอให้ได้จังหวะที่เหมาะสมกับเราดีกว่า
วันอาทิตย์ที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
HUNTER 2
แม้แต่สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดยังตกเป็นเหยื่อของนักล่าได้
ไม่ได้มีกฎว่าต้องต่อสู้กับแบบตัวต่อตัว
ไม่ได้มีกฎว่าห้ามสุ่มโจมตี
ไม่ได้มีเวลากำหนดว่าต้องล่าในเวลาใด
สิ่งสำคัญที่จะเอาตัวรอดได้คือฝึกฝนตัวเอง ตื่นตัวตลอดเวลา
เวลาที่คุณเผลอแม้เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็อาจจะพลาดพลั้งตกเป็นอาหารอันโอชะได้
HUNTER
โดยมากแล้วเราไม่มีทางเลือกมากนักว่าเราจะเป็นอะไร
ในตลาดเงินตลาดทุน เราเข้ามาก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของผู้ถูกล่า
ถ้าคุณจะเป็นผู้ถูกล่า ก็ต้องแข็งแรงกว่าผู้ถูกล่าอื่่นๆ
ผู้ถูกล่าที่เชื่องช้า ที่อ่อนแอ หรือผิดพลาดหกล้มผิดเวลาย่อมหมายถึงชีวิตที่ถูกสังเวย
ถ้าคุณเป็นนักล่าที่ไม่ใช่นักล่าที่แข็งแกร่งที่สุด อาศัยเก็บตกซากอาหาร
ก็ต้องรู้จักเวลาที่เหมาะสมในการเก็บ และรู้เวลาในการหนี อย่าละโมบมากเกินไป
ส่วนนักล่าที่แข็งแกร่งจริงๆนั้น โอกาสที่เราจะได้เป็นยากมาก
แต่ผมเชื่อว่ามันไม่ได้ยากเกินความสามารถของทุกๆคน
ขอเพียงมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนตัวเองให้ถึงจุดนั้น
แม้เราจะไม่ได้เป็นนักล่าที่แกร่งที่สุด เก่งที่สุด
แต่เพียงแค่เราไม่ถูกล่า และสามารถหาเลี้ยงปากท้องได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว